ฉีดหน้าใสไม่เมโส
ฉีดหน้าใสไม่เมโส
เลือกอ่าน..ฉีดหน้าใส
2. โปรแกรมฉีดหน้าใส..ช่วยคุณได้อย่างไร
3. หลัก 4C ในการดูแลใบหน้าตัวเอง
5. อะไรคือจุดเด่น ฉีดหน้าใสของเรา
ช่วยปัญหาผิวคุณได้อย่างไร
-
เป็นการเติมอาหารให้ผิวมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงขึ้น ผลที่ตามมาจึงทำให้หน้าใส
-
เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแบบเร่งด่วน
-
ลดปัญหาผิวแห้งกร้าน กระชับรูขุมขน ช่วยผิวเรียบเนียน
-
สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิว ปกป้องจากมลภาวะที่มีพิษมากอย่างในปัจจุบัน ทั้งฝุ่น pm 2.5 และแสงแดด
-
ฟื้นฟูผิวจากความเสื่อมสภาพ มลภาวะ แก้ปัญหารอยเหี่ยวย่น ช่วยให้ใบหน้าดูเยาว์วัย
-
ป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวตามอายุที่มากขึ้น ตัวยาส่วนผสมอุดมไปด้วยวิตามินที่ซ่อมแซมชะลอริ้วรอย
-
เพิ่มออร่าให้กับผิว ผิวสุขภาพดี สดใส ดูฉ่ำน้ำ
อยากหน้าใสควรดูแลยังไงดี? หลัก 4C ในการดูแลผิวตัวเราเองง่ายๆ
- Clear คือ หน้าต้องสะอาด ไม่ใช่แค่การล้างหน้าให้สะอาดนะคะ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครบอกว่าตัวเองล้างหน้าไม่สะอาดแน่นอน คนไข้ที่มารักษาสิวล้วนตอบทุกคนว่าล้างหน้าเยอะมาก 5 รอบบ้าง ล้างหลายรอบแต่ก็ยังเป็นสิว ดังนั้น Clear ในที่นี้คือ หน้าต้องไม่เป็นสิว เป็นฝ้า เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวทำลายผิวเรา และทำลายความมั่นใจ อยากหน้าใสเริ่มต้นที่ อย่าปล่อยให้เป็นสิวเป็นฝ้านะคะ
- Control นอกจากใบหน้าจะสะอาดหมดจรดแล้ว ผิวหน้าที่ดีต้องมีความชุ่มชื่น มีน้ำมันที่ผิวในระดับที่เหมาะสม ไม่ทำให้ดูผิวมันจนเกินไป คนที่มีผิวแห้งซีดๆขาวไร้สิวแต่หน้าแห้งแตกเป็นขุย หรือมันเยิ้มก็บ่งบอกถึงความไม่สมดุลของผิวนะคะ คงจะนับเป็นกลุ่มหนุ่มสาวหน้าใสไม่ได้ ดังนั้น ควรรีบทาครีมบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื่น ยิ่งช่วงหน้าหนาวแล้วด้วยยิ่งต้องดูแลเพื่อจะได้อวดหน้าใสกัน
- Condense ทำให้หน้าดูแน่นเต็ม ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงหน้าอ้วนหรือประเภทฉีดฟิลเลอร์จนบวมนะคะ เพราะคนหน้าใสผิวมันต้องตึงระดับที่มีความกระชับผิวไม่ให้เห็นหลุม รูขุมขน ร่องต่างๆเต็มไปหมด ซึ่งความยืดหยุ่นนี้เองที่บ่งบอกถึงความตึงใสของผิวของคนเราและจะดูเต่งๆในผิวคนหน้าใสมากกว่าด้วยคะ
- Can do พยายามคิดบวก เช่น อย่าคิดว่าการเป็นคนผิวดำ หรืออายุมากแก่แล้วทำยังไงหน้าก็ไม่มีทางใสได้ ต้องบอกเลยว่าเข้าใจผิดเพราะคนผิวคล้ำและดำหลายคนไปลองส่องดูสิคะ เค้าไม่มีฝ้าหน้าเนียนมองไม่เห็นรูขุมขนด้วยซ้ำ หรือผู้สูงอายุหลายท่านที่ดูแลเรื่องหน้ามาตลอดสุขภาพกายดี อายุเยอะยังหน้าใสมีเยอะมากในปัจจุบัน บอกแล้วนะคะ อย่าลืมคิดบวก อย่าคิดว่าแก่ อย่าคิดว่าดำ ทำยังไงก็ไม่สวยอันนี้ผิดถนัด ดังนั้น เคล็ดลับสุดท้ายของคนหน้าใส คือพยายามคิดบวก มีวินัยและทัศนคติที่ดีในการใส่ใจดูแลตนเอง นอกจากจะได้ผิวหน้าที่ใส ผิวกายที่ดีแล้ว สุขภาพจิตใจยังดีอีกด้วย
ขั้นตอนการรักษา
1. ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำนมสูตรล้างความมัน ขจัดผิวสกปรกแบบล้ำลึก deep cleansing milk
2. ปรับสภาพเตรียมผิวให้พร้อมต่อการผลักวิตามิน ด้วยการทาสมุนไพร kudsu
3. แพทย์ทำการฉีดผิวตามจุดต่างๆบนใบหน้าด้วยเข็มขนาดเล็กเพียงเบอร์ 32G ลักษณะฉีดพรมทั่วหน้าความถี่ทุกๆ 1-2 ตารางเซนติเมตร ด้วยเทคนิคการฉีดแบบ Intradermal ส่งตัวยาไปชั้นผิว epidermis ด้วยความเร็วที่พอเหมาะเพื่อให้ตัวยาซึมซับเข้าสู่ผิวได้ครอบคลุมทุกอณูผิวทั่วหน้า คนไข้ที่เข้ารับการรักษาจะไม่รู้สึกเจ็บ ผิวไม่เขียวฟกช้ำ ลดอาการบาดเจ็บการช้ำจากเข็มฉีด
4. เช็ดทำความสะอาดผิว พร้อมกับประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม เจ็บ
5. ปิดกระชับรูขุมขน ด้วย cooling roll ป้องกันผิวจากสิ่งสกปรก
6. ทาครีมบำรุงและปิดกันแดดเพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุด
จุดเด่นฉีดหน้าใสของ Silverine
1. ใช้ส่วนผสมตัวยาคุณภาพสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อขับล้างสารพิษออกจากผิวโดยเฉพาะ ผลที่ได้จึงทำให้ผิวใสไม่ได้เป็นแค่เพียงวิตามินซีที่สร้างผลลัพธ์ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยส่วนผสมหลักในตัวยาประกอบไปด้วยอาหารผิวหลากหลายชนิด อาทิ เช่น
Glutathione ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินจึงช่วยปรับผิวขาวสว่างขึ้น
Coenzyme Q10 เพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์ ปกป้องเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระและป้องกันผิวจากรังสี ช่วยเรื่องการเสื่อมของเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ
Multi Peptides ซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายและฟื้นฟูการทำงานของเซลล์กระตุ้นสร้างคอลลาเจน ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
Vitamin B1 ช่วยขจัดสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย ให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดี
Vitamin B2 บำรุงผิวให้สุขภาพดี เร่งการเผาผลาญแป้ง โปรตีนและไขมันแฟตที่ใช้ในการสร้างพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
Sodium Hyaluronate แก้ปัญหาริ้วรอย ผิวเสื่อมสภาพ แก้ปัญหารูขุมขน ผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ
EGF เป็น growth factor ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวระดับเซลล์ คืนความอ่อนเยาว์ ช่วยให้ผิวกลับมาดูเปล่งปลั่งสดใสอีกครั้ง
2. เทคนิคการฉีดแบบเน้นการผลักยาให้กระจายทั่วผิวหน้าเพื่อครอบคลุมทั่วพื้นผิว
3. ตัวยามีส่วนประกอบของสารบริสุทธิ์ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ไม่แสบร้อนทำให้ไม่เกิดอาการแพ้ตามมาหลังการรักษา
4. ใช้เข็มที่ถูกออกแบบเฉพาะที่ความยาว 4 mm จึงได้ระดับความลึกของชั้นผิวที่เหมาะสมในการส่งตัวยาเข้าไปทำให้เกิดประสิทธิภาพการรักษา บางแห่งอาจใช้เป็นเครื่องผลักตัวยาเข้าสู่ผิวซึ่งมีความเสี่ยงที่ยาจะ leak ทำให้ตัวยาไม่ได้ซึมเข้าสู่ผิวในปริมาณที่เพียงพอ
ผลลัพธ์หลังการรักษา
รูปถ่ายหลังทำทันที (ผลลัพธ์จะดีภายใน 1-3 วัน)
FAQ คำถามพบบ่อย
Q: แตกต่างจากการฉีดเมโสอย่างไร
A: ยาเมโสที่ใช้ฉีดกันทั่วไปมักเป็นกลุ่มยาวิตามินเพียงอย่างเดียว เพื่อวัตถุประสงค์ในการบำรุงผิว ช่วยให้ผิวขาวใสเป็นหลัก ฉีดเข้าสู่ชั้นกลางของผิวโดยตรง แต่การฉีดหน้าใสของทางเราถูกออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการดูภาพรวมของใบหน้าให้สวยใสเป็นหลัก คุณภาพยาที่ใช้จึงเน้นไปที่ยาที่มีคุณสมบัติหลากหลาย แก้ปัญหา ผิวหมองคล้ำ รูขุมขน ริ้วรอย ผดผื่น ปรับปรุงคุณภาพผิวและฟื้นฟูการทำงานของเซลล์
Q: ฉีดหน้ายังไง
A: หลังจากแพทย์ประเมินสภาพผิวเรียบร้อยแล้ว จะพิจารณาแนวทางการฉีดแบ่งเป็น 3 วิธีการ คือ
- ฉีดแบบปูพรมคือฉีดผิวตามจุดต่างๆบนใบหน้าด้วยเข็มขนาดเล็ก ลักษณะฉีดพรมทั่วหน้าความถี่ทุกๆ 1-2 ตารางเซนติเมตร ด้วยเทคนิคการฉีดแบบ Intradermal ให้เข็มทำมุมประมาณ 15 องศากับพื้นผิว ส่งตัวยาไปชั้นผิว dermis ในกรณีที่คนไข้มีปัญหาผิวหมองคล้ำ หยาบกร้านทั่วใบหน้า และต้องการปรับปรุงปัญหาผิวให้ครอบคลุม
- ฉีดเข้าสู่ชั้นกลางของผิวโดยตรง กรณีผิวคนไข้มีรูขุมขนกว้าง ผิวหยาบกร้านไม่สม่ำเสมอ หรือบริเวณที่มีริ้วรอย
- ฉีดแบบผสมผสาน เป็นการฉีด 2 แบบข้างต้น ตาม zone ต่างๆของใบหน้า โดยแบ่งบริเวณการฉีดเป็น 6 ส่วน
Q: หลังฉีดหน้าใส กี่วันเห็นผล
A: สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวหน้าที่ดีขึ้นได้ในช่วง 3 วันแรก หลังจากนั้นภายใน 7-14 วัน ก็จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงชัดเจนยิ่งขึ้น
15 เมษายน 2564
ผู้ชม 4730 ครั้ง